| ติดต่อสอบถามโทร 02-536-2642 ถึง 44
โพส์เมื่อ: 7 ก.พ 2562 14:47:28 น. ดู 691 ครั้ง
       บางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าบนยางรถยนต์นั้นจะมีตัวอักษรที่เราควรทำความรู้จักเอาไว้ และบางท่านอาจจะไม่ทราบความหมาย ตัวอักษาดังกล่าวนั่นคือการบอกประเภทการใช้งานของยางวงนั้น ส่วนใหญ่จะแบ่งออกมาเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ HT, AT และ MT มาทำความรู้จักให้มากขึ้นกันดีกว่า เราจะได้เลือกใช้งานยางได้ถูกต้อง
  • HT = Highway Terrain หรือมีอักษรย่อบนยางว่า HT
ยางรถยนต์ประเภทนี้นิยมใช้มากที่สุดและเป็นยางมาตรฐานสำหรับรถยนต์ใหม่ โดยยางรถยนต์ประเภทนี้ เน้นใช้งานบนถนนทั่วไป แบบที่ใช้ความเร็วได้ ดอกยางของยางรถยนต์แบบนี้ จะมีดอกขนาดเล็ก เรียบ ละเอียด เน้นให้ตัวดอกยางสัมผัสกับพื้นถนนให้ได้มากที่สุด มีคุณสมบัติการรีดน้ำได้ดี น้ำหนักเบา เกาะถนน มีโครงสร้างของยางไม่ซับซ้อน ตัวยางนุ่มกว่าแบบอื่น เวลาใช้งานจึงมีความนุ่ม เงียบ ใช้ความเร็วสูงได้ ใช้กำลังเครื่องในการหมุนล้อน้อยกว่าประเภทอื่น ทำให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยลงตามไปด้วย แต่ยางประเภทนี้ไม่สามารถรองรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากนัก จึงนิยมใช้ในรถยนต์ทั่วไป รถกระบะที่ไม่ได้นำไปใช้ในการบรรทุก เอาไปใช้งานบนถนนเรียบทั่วไป หรืออาจจะเป็นเส้นทางขรุขระเล็กน้อยก็ยังพอได้
  •  AT = All Terrain หรือมีอักษรย่อบนยางว่า AT
ยางแบบนี้เป็นยางที่นิยมใช้กับรถกระบะแบบ 4x4 แต่รถแบบ 4x2 ก็สามารถนำไปใช้ได้ โดยตัวดอกยางนั้น จะเป็นดอกที่มีขนาดใหญ่ หนาขึ้น ตัวร่องยางจะมีความห่างจากกันเพิ่มขึ้นกว่าแบบ HT เล็กน้อย แต่ก็ยังเน้นให้ดอกยางมีการสัมผัสกับพื้นถนนได้มากอยู่ ยางประเภทนี้สามารถใช้งานได้ดีทั้งบนถนนทั่วไปและสามารถนำเอาไปใช้ลุยได้ในระดับหนึ่ง เช่น ถนนหลุมบ่อ  บ่อเลน ทางดินธรรมชาติ เป็นต้น คนส่วนใหญ่ที่ใช้ยางประเภทนี้ ยังขับรถบนถนนเรียบทั่วไป แต่ก็มีบางครั้งที่นำรถออกไปลุยตามป่าเขา ที่ไม่ได้ทุรกันดารมากบ้างเป็นบางคราว ยาง AT นั้นเมื่อใช้บนถนนทางเรียบ เสียงยางจะดังมากกว่าแบบ HT และด้วยมีน้ำหนักมากกว่า จึงทำให้มีการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นตามไปด้วย แต่ดอกยางสามารถตะกุยตัวดินได้มากกว่าและสะบัดดินออกจากตัวยางได้ดีกว่าแบบ HT
  • MT = Mud Terrain หรือมีอักษรย่อบนยางว่า MT
ยางรถยนต์ประเภทสุดท้ายเป็นยางรถยนต์สำหรับขาลุยโดยเฉพาะ ผลิตด้วยโครงสร้างยางที่แข็งแรงกว่าของทั้ง HT และ AT เพื่อให้รองรับกับการใช้งานแบบหนักได้ มีดอกยางที่หนา ใหญ่ ตัวร่องยางลึก และห่างกันมากที่สุด เน้นเอาไว้ตะกุยดินและสลัดดินออกจากตัวยางโดยเฉพาะ สามารถนำไปลุยได้กับสภาพถนนแย่ๆ ได้ เช่นทางโคลน ถนนในป่า เป็นต้น แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานบนถนนทั่วไป เพราะมีน้ำหนักมาก สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าแบบอื่น วิ่งแล้วมีเสียงดัง ไม่เกาะถนนเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว เพราะตัวดอกยางไม่ได้มีพื้นสัมผัสถนนที่มากพอ และที่สำคัญคือ มีราคาสูง

       ยางแต่ละประเภทต่างมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป.. ดังนั้นเวลาเลือกซื้อในการใช้งาน ควรเลือกยางให้ตรงกับไลฟ์สไตล์วิถีชีวิตของทุกท่านให้มากที่สุดจะดีกว่า